สินค้าจีน “ห่วย” จริงไหม? | “ความเชื่อ VS ความจริง” จากมุมมองของ BUBULAALAA

Written by: bubu

Q: สินค้าจีนห่วยจริงไหม?
A: ไม่จริงทั้งหมด คุณภาพสินค้าจีนขึ้นอยู่กับโรงงานที่เลือก มาตรฐานการผลิต และระบบควบคุมคุณภาพ ไม่ใช่ประเทศต้นทางเพียงอย่างเดียว

ทำไม “สินค้าจีนห่วย” ถึงเป็นภาพจำของคนไทย

ตึก สตง. เป็นภาพที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงบ่อยในโลก Social เมื่อมีการพูดถึงคุณภาพสินค้าหรือความเชื่อมั่นต่อ “จีน” แต่ในฐานะผู้ประกอบการ เราต้องมองให้ทะลุความรู้สึก และไปให้ถึง “ความจริง” ของห่วงโซ่อุปทาน

ภาพเชิงสัญลักษณ์สะท้อนอคติและกระแสความเชื่อด้านลบต่อสินค้าจีนในสังคมไทยจากความคิดเห็นบนโลกออนไลน์

โครงสร้างความจริงของซัพพลายเชนไทย

ไทยพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศ

ประเทศไทยมีการพึ่งพาวัตถุดิบการผลิตตั้งต้นจากต่างประเทศมาอย่างยาวนาน เพราะวัตถุดิบพื้นฐานหลายชนิดในบ้านเรา มีไม่มากพอ หรือไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะรองรับภาคอุตสาหกรรมได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแร่โลหะบางชนิด วัตถุดิบปิโตรเคมีบางประเภท หรือสารตั้งต้นหลายอย่างที่จำเป็นต่อการผลิตในภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรมของไทย

การพัฒนาอุตสาหกรรมไทย

เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่มีฐานแข็งแรงด้านเกษตรกรรม เราเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญของภูมิภาค และต่อมาเมื่อปี 1972 ประเทศไทยก็เริ่มวางรากฐานภาคอุตสาหกรรมอย่างจริงจังมากขึ้น ผ่านการจัดตั้งการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ก่อนจะพัฒนาต่อเนื่องเป็นโครงสร้างภาคการผลิตที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมาจนถึงวันนี้

โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ใช้ประกอบเนื้อหาเรื่องการที่ประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบและสารตั้งต้นจากต่างประเทศ

ข้อจำกัดของวัตถุดิบภายในประเทศ

แต่แม้ประเทศไทยจะเป็นประเทศผู้ผลิตในหลายอุตสาหกรรม เราก็ยังไม่ได้มีวัตถุดิบตั้งต้นของตัวเองครบทุกอย่าง วัตถุดิบบางประเภท เรายังต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศอยู่มาก โดยเฉพาะสารตั้งต้นที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตรและอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มปุ๋ยเคมีและวัตถุดิบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไทยยังนำเข้าในสัดส่วนสูงอยู่ต่อเนื่อง

นี่คือเหตุผลที่ประเทศไทย “ต้องนำเข้าวัตถุดิบหลัก” เพื่อภาคการผลิต เพราะประเทศไทย “มีไม่พอใช้”

การพึ่งพาเทคโนโลยีและนวัตกรรม

และเมื่อภาคอุตสาหกรรมก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น “เทคโนโลยี” การผลิตจึงมีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ลำพังการพึ่งพาวัตถุดิบตั้งต้นจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว จึงไม่เพียงพออีกต่อไป ไทยจำเป็นต้องพึ่งพา “เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง” มากขึ้นตามไปด้วย ทั้งเครื่องจักร องค์ความรู้ เทคโนโลยีที่มีสิทธิบัตร ไปจนถึงนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ช่วยให้ภาคการผลิตแข่งขันได้มากขึ้น

ซึ่งความสำคัญของเรื่องนี้เริ่มชัดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ ช่วงทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา และยิ่งเข้มข้นขึ้นอีกเมื่อภูมิภาคเอเชียเชื่อมเข้าหากันในระบบการผลิตโลกมากขึ้นหลังจีนเข้าสู่ WTO ในปี 2001

นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ไทยต้องพึ่งพา

    1. วัตถุดิบพื้นฐานในการผลิต จากต่างประเทศ
    2. เทคโนโลยีการผลิตและสิทธิบัตร จากเจ้าของนวัตกรรม
ภาพโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในจีน สะท้อนบทบาทของจีนในฐานะศูนย์กลางการผลิตและซัพพลายเชนสำคัญของโลก

จีนคือศูนย์กลางการผลิตของโลก

ตัดภาพมาที่ผู้บริโภคทั่วไป อาจมองว่า ประเทศไทยมีสินค้ามาตรฐานดี ๆ อยู่มากมาย ขายตามร้านค้าและห้างสรรพสินค้ามาเป็นสิบ ๆ ปี ซึ่งในความรู้สึกของคนทั่วไป สินค้าเหล่านั้นมักถูกผูกภาพไว้กับประเทศฝั่งยุโรป อเมริกา หรือญี่ปุ่น แต่ในความเป็นจริง ผู้บริโภคจำนวนมากอาจไม่เคยรู้เลยว่า เบื้องหลังแบรนด์ระดับโลกเหล่านั้น มีฐานการผลิต ซัพพลายเออร์ โรงงานประกอบ และ ผู้ผลิตให้แบรนด์เหล่านั้นจำนวนมากกว่าที่คนทั่วไปคิด “ก็อยู่ในประเทศจีน”

      • ในอุตสาหกรรมรถยนต์ โลกปัจจุบันมีการพึ่งพาชิ้นส่วน วัตถุดิบ และ supply chain จากจีนในระดับสูงมาก
      • สินค้าแฟชั่นและสินค้าหรูจำนวนไม่น้อย แม้แบรนด์จะอยู่ในยุโรป แต่เบื้องหลังการผลิตในบางส่วนก็ยังเชื่อมโยงกับแรงงาน วัตถุดิบ หรือโรงงานในจีน
      • แม้แต่โทรศัพท์มือถือ iPhone และผลิตภัณฑ์ของ Apple เอง ก็มีซัพพลายเออร์จำนวนมากที่ผลิตในจีนแผ่นดินใหญ่อย่างชัดเจน

 

นั่นหมายความว่า ตั้งแต่ประเทศจีนเริ่มพัฒนาระบบเศรษฐกิจการผลิตของตนเองอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 1978 และยิ่งเร่งบทบาทของตัวเองมากขึ้นหลังเข้าสู่ WTO ในปี 2001 ปัจจุบันโลกทั้งโลกก็พึ่งพาประเทศจีนในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตที่สำคัญที่สุดของโลกไปแล้ว

แล้วทำไมทัศนคติของคนไทย จึงยังแอนตี้สินค้าจากจีน

ไม่ว่าจะเรื่อง “ตึก สตง. ถล่ม” หรือ “เรือดำน้ำจากจีน” เมื่อใดก็ตามที่สังคมไทยเริ่มไม่มั่นใจในคุณภาพ คำว่า “จีน” มักถูกดึงขึ้นมาเป็นจำเลยก่อนเสมอ หรือแม้แต่สินค้าของใช้ทั่วไปที่หน้าตาไม่คุ้นตาคนไทย ก็พร้อมจะถูกจัดเข้าหมวด “สินค้าด้อยคุณภาพจากจีน” เอาไว้ก่อนเช่นกัน

 

ทั้งที่ตามหลักความเป็นจริงแล้ว “โรงงานของโลก” ที่เรียกว่าประเทศจีน สามารถผลิตสินค้าคุณภาพสูงระดับสูงที่สุดในโลกได้ และสามารถผลิตสินค้าราคาถูก คุณภาพต่ำมากที่สุดเท่าที่จะคิดได้ เพื่อขายเอาตัวรอดสำหรับกลุ่มผู้รายได้น้อยได้เช่นกัน

แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหน?

ถ้าเรามองภาพห่วงโซ่อุปทานด้วยความเข้าใจ เราจะเห็นได้ทันทีว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คำว่า “จีน” แต่ปัญหาอยู่ที่ “คน”

1. ผู้จัดซื้อจัดจ้าง :

เพราะโรงงานในประเทศจีน มีให้เลือกตั้งแต่ระดับคุณภาพสูงมาก สูงจนบางประเทศยังเทียบได้ยาก ไปจนถึงระดับคุณภาพน่าผิดหวัง วัสดุเกรดต่ำ และต้นทุนต่ำแบบสุดทาง เมื่อผู้มีหน้าที่จัดซื้อจัดจ้าง วางแผนหรือทำข้อตกลงโดยมีผลประโยชน์บางอย่างแฝงอยู่ หรือแม้แต่ประมาทเลินเล่อ ไม่ตรวจเช็กสินค้าที่ส่งมอบให้ดีพอ เรื่องเล็กก็พร้อมจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ทันที และสุดท้ายความเสียหายนั้น ก็จะย้อนกลับมาทำลายความเชื่อมั่นของคนทั่วไป

เอกสารจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ สะท้อนบทบาทของนโยบายและกฎหมายต่อโครงสร้างตลาดสินค้าในประเทศไทย

2. พ่อค้าคนกลาง :

เมื่อการซื้อสินค้าจากจีนเข้ามาขายในไทย สามารถทำกำไรได้จริง การบวกกำไรบนสินค้าจึงกลายเป็นสิ่งที่ท้าทายความหิวในใจของพ่อค้าคนกลางอยู่เสมอ โดยเฉพาะสินค้าที่หน้าตาดูคล้ายของดี คล้ายของแบรนด์ คล้ายของมีมาตรฐาน แต่ข้างในกลับลดคุณภาพ ลดสเปค และลดต้นทุนของอุปกรณ์ต่าง ๆ ลงเพื่อให้ได้กำไรมากที่สุด สิ่งนี้เป็นของหอมหวานสำหรับคนกลางมาโดยตลอด

ภาพเชิงสัญลักษณ์แทนบทบาทของพ่อค้าคนกลางที่อาจลดคุณภาพ ลดสเปก และมุ่งกำไรจากสินค้าจีน

3. หน่วยงานควบคุมคุณภาพ:

หน่วยงานกำกับดูแล บังคับใช้กฎหมาย และควบคุมคุณภาพของสินค้า หรือวัตถุดิบที่นำเข้ามา อาจยังทำงานไล่ไม่ทันกับปริมาณสินค้าที่ทะลักเข้ามาในแต่ละช่วงเวลา หลายครั้งเราจะเห็นข่าวการจับยึด การเข้าตรวจสอบ หรือการควบคุมโกดังสินค้าเถื่อนอยู่บ่อยครั้ง แต่ในโลกความจริง สินค้าด้อยคุณภาพที่เล็ดรอดเข้ามาได้ ก็ยังมีมากกว่านั้นอยู่ดี

คอลลาจข่าวการตรวจยึดสินค้านำเข้าผิดกฎหมายและสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าโดยกรมศุลกากรไทย

4. กฎหมาย :

ยังเป็นเรื่องยากที่จะออกแบบกฎหมาย และประกาศใช้ให้เท่าทันกับสถานการณ์การทะลักเข้ามาของสินค้าจีน โดยเฉพาะสินค้าคุณภาพต่ำ สินค้าหลอกลวง หรือสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งหลายกรณีไม่ได้เกิดจาก “ตัวสินค้า” เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากคนที่จงใจอาศัยช่องโหว่ของกฎหมาย ใช้นอมินีคนไทยเพื่อหลบเลี่ยง ใช้โครงสร้างบังหน้าเพื่อกอบโกยเงินในช่วงเวลาสั้น ๆ และเมื่อมีปัญหาก็พร้อมทิ้งความเสียหายไว้ในประเทศไทย โดยแทบไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย

คอลลาจข่าวการปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในไทยโดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาและหน่วยงานภาครัฐ

สรุปปัญหาที่แท้จริง

สรุปให้สั้นที่สุด ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คำว่า “จีน” อย่างเดียว แต่อยู่ที่คนเลือกโรงงาน คนคุมสเปค และคนที่ใช้ช่องโหว่หากำไรจากระบบ

ข้างต้นนี้ เป็นเพียงข้อสรุปพอสังเขปของเรา BUBULAALAA เพื่อให้เห็นภาพ และเพื่อให้พวกเราคนไทยเข้าใจเรื่องนี้ได้ชัดขึ้น

การแอนตี้สินค้า วัตถุดิบ หรือบริการจากจีน จึงเป็นสิ่งที่มี “เบื้องหลัง” อยู่เสมอ
และในหลายกรณี ปัญหาก็ไม่ได้เกิดจากตัวสินค้าจากจีน หรือโรงงานจีนที่เป็นผู้ผลิตโดยตรง
แต่เกิดจาก “ตัวบุคคล” ที่ไม่ซื่อสัตย์ เน้นผลประโยชน์เฉพาะหน้า และอาศัยช่องโหว่ของกฎหมายไทย เพื่อฉวยโอกาสจากระบบการค้าและห่วงโซ่อุปทานมากกว่า

มุมมองของ BUBULAALAA ต่อสินค้าจีนและโรงงานจีน

BUBULAALAA เราคือผู้ประกอบการสัญชาติไทย 100% ไม่มีนอมินีจีนเข้ามาเกี่ยวข้อง

เรารักการทำธุรกิจให้ถูกต้องตั้งแต่กระดุมเม็ดแรก ไม่ใช้โกดังจีนแบบผิดกฎหมาย และไม่ร่วมมือกับนอมินีจีนในทุกรูปแบบ
เพราะเราเชื่ออยู่เสมอว่า “ธุรกิจไทยโตได้” และการทำทุกอย่างให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง คือวิถีทางของการเติบโตอย่างยั่งยืน 100%

ทีมงาน BUBULAALAA ประชุมร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางการทำธุรกิจที่ถูกต้อง โปร่งใส และไม่ร่วมมือกับนอมินีจีนผิดกฎหมาย

แนวคิดของเรา

ใช้คุณงามความดีจากสินค้าจีน

  • “ใช้คุณงามความดี” จากวัตถุดิบและสินค้าจากจีน เพื่อธุรกิจบนพื้นฐานของธุรกิจสายขาว
    เพราะคุณภาพของโรงงานจีนมีให้เลือกหลากหลายมาก และนั่นคือโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการไทยที่จะได้เลือกสิ่งที่เหมาะกับกิจการของตนเองอย่างแท้จริง หากเลือกเป็น เลือกถูก และเลือกบนพื้นฐานของความเข้าใจ

ออกแบบระบบธุรกิจให้ถูกต้อง

  • “ออกแบบระบบของธุรกิจ” ให้อยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ทั้งกฎหมายและจรรยาบรรณ
    แน่นอนว่าสินค้าจากจีนมีข้อได้เปรียบด้านราคา เมื่อเทียบกับสินค้าจากประเทศผู้ผลิตอื่น ๆ และนั่นเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการไทยอยู่แล้ว แต่ถ้ามีต้นทุนที่ดี และมีระบบที่ดีควบคู่กันไปด้วย ไม่คด ไม่งอ ไม่อาศัยช่องโหว่ เราเชื่อว่าการสร้างธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน ก็ไม่ใช่เรื่องยาก

โรงงานจีนที่ดีมีอยู่จริง

  • “โรงงานจีนที่ดี มีมากมาย” งานบริการหลักของ BUBULAALAA คือการพาคนไทยไปพบโรงงานผู้ผลิตที่ดีของประเทศจีน และจากประสบการณ์การทำงานของเรา เราพบว่าโรงงานจีนที่ดีนั้นยังมีอยู่อีกมาก
    ไม่จำเป็นต้องเป็นเราก็ได้ ขอแค่ผู้ประกอบการได้ “ผู้นำทาง” ที่เป็นมืออาชีพ ไม่มักง่าย มีระบบ (Standard) คิดละเอียด เข้าใจธุรกิจของท่านอย่างถ่องแท้ และมีจรรยาบรรณมากพอในการเสาะหาโรงงานที่มีมาตรฐาน
    แล้วท่านจะพบว่า โรงงานดี ๆ ที่ประเทศจีนมีอยู่จริง พวกเขาก็เป็นเพียงคนทำงานกลุ่มหนึ่ง ที่ตั้งใจทำการค้าในภาคการผลิตอย่างจริงจังเท่านั้นเอง

NDA คือสิ่งสำคัญ

  • NDA” คือสิ่งสำคัญ ที่เรา BUBULAALAA อยากเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการไทย ต้องทำกับผู้ให้บริการที่จะพาท่านไปหาสินค้าหรือวัตถุดิบที่ประเทศจีน
    จากข่าวในแวดวงที่เราได้รับรู้มา เราพบว่า มีทั้งการลอกความคิด ลอกไอเดีย หรือแม้แต่หยิบข้อมูลและแนวทางของบริษัทอื่นไปใช้เพื่อหวังผลทางการตลาด ใช้เพื่อชักจูงผู้ประกอบการ และใช้เพื่อปิดการขายทริปหรือบริการต่าง ๆ ให้กับตัวเอง
    และแน่นอน NDA ก็คือหนึ่งในหลาย ๆ มาตรฐานสำคัญที่เรา BUBULAALAA ยึดถือเสมอ

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสินค้าจีน

Q: ทำไมสินค้าจีนบางตัวคุณภาพไม่ดี
A: เพราะมีการเลือกโรงงานที่ต้นทุนต่ำเกินไป ไม่มีการกำหนดสเปคชัดเจน หรือผ่านพ่อค้าคนกลางที่ลดคุณภาพสินค้าเพื่อเพิ่มกำไร

Q: ทำไมบางธุรกิจนำเข้าสินค้าจีนแล้วได้ของไม่ตรงคุณภาพ
A: มักเกิดจากการตั้งสเปคไม่ชัด ไม่มีการตรวจสอบก่อนส่งมอบ หรือเลือก supplier จากราคาถูกเพียงอย่างเดียวโดยไม่ดูระบบการผลิต

Q: จะรู้ได้อย่างไรว่าโรงงานจีนมีมาตรฐาน
A: ต้องดูหลายปัจจัย เช่น ประสบการณ์โรงงาน ใบรับรองมาตรฐาน ลูกค้าเดิม และควรมีการตรวจโรงงานจริงก่อนสั่งผลิต

Q: ถ้าอยากเริ่มหาโรงงานจีนแบบจริงจัง ควรเริ่มจากอะไร
A: ควรเริ่มจากการกำหนดสินค้าและสเปคให้ชัด จากนั้นคัดเลือกโรงงาน ตรวจสอบข้อมูล และวางระบบควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นทาง

ทีมงานกำลังประชุมวางแผนธุรกิจเพื่อคัดเลือกแนวทางที่เหมาะสมในการทำงานกับโรงงานจีนอย่างมีความรู้และตรวจสอบได้

"สินค้าจีนควรถูกแอนตี้? หรือเราควรแอนตี้คนที่ 'ฉวยโอกาส' จากสินค้าจีน?" ツ

เราเชื่อว่า ความรู้ที่ถูกต้อง จะช่วยส่องสว่างนำทางทุกกิจการไปสู่ความก้าวหน้า ความยั่งยืน และความมั่งมี

ทัวร์โรงงานจีน-ไปดูโรงงาน-Line-QR
Share This Article